CABENUVA (cabotegravir and rilpivirine) คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย


ควรปฏิบัติตัวอย่างไรระหว่างใช้ยานี้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และเกิดอาการไม่พึงประสงค์น้อยที่สุด หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์จะมีวิธีแก้ไขหรือปฏิบัติตัวอย่างไรคะ 


Ladynonnoy
27-12-2021 00:55:26 น.
ดู 922 ครั้ง

ข้อมูลผู้ป่วย
เพศ หญิง
อายุ 22 ปี 12 เดือน
น้ำหนัก 51 กก.
LBW - กก.
ส่วนสูง - ซม.


คำตอบจากหน่วย DHI


Cabenuva เป็นยาน้ำแขวนตะกอนออกฤทธิ์เนิ่นสำหรับฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ประกอบด้วยยา 2 ชนิด ได้แก่

-Ripivirine extended release injectable suspension ขนาด 300 mg/mL ปริมาณ 3 mL

-Cabotegravir extended release injectable suspension ขนาด 200 mg/mL ปริมาณ 3 mL

โดยผู้ป่วยควรได้รับประทานเป็นยาในรูปแบบยาเม็ดมาก่อน 1 เดือน จึงจะใช้ในรูปแบบฉีดได้ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรง

วิธีการใช้

นำขวดยาออกจากตู้เย็นอย่างน้อย 15 นาที เพื่อให้มีอุณหภูมิห้อง อาจสามารถวางขวดยาไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นานถึง 6 ชั่วโมง หากไม่ใช้ภายใน 6 ชั่วโมงต้องทิ้งขวดยานั้น เขย่าขวดยาเพื่อให้ยากระจายตัวอย่างสมบูรณ์ ดูดยาเข้าหลอดฉีดยาแล้วฉีดทันทีที่เป็นไปได้ อาจอยู่ในหลอดฉีดยาได้นานถึง 2 ชั่วโมง หากเกินจากนี้ต้องทิ้งหลอดฉีดยานั้น

การเก็บรักษา

เก็บยาไว้ในตู้เย็น 2-8 C ห้ามแช่แข็ง และ ห้ามผสมกับยาหรือสารน้ำชนิดอื่น

ข้อห้ามใช้

-ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้ยา Ripivirine และ Cabotegravir

-ห้ามใช้ในผู้ที่ได้รับยากันชัก เช่น carbamazepine oxcarbazepine phenobarbital phenytoin ยาต้านเชื้อเช่น rifabutin rifampin rifapentine และยา Glucocorticoid เช่น dexamethasone (แบบฉีดที่ให้มากกว่า 1 dose) เป็นต้น

อาการข้างเคียง

ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อ คลื่นไส้ วิงเวียน มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ การนอนหลับผิดปกติ มีผื่น อาจมีอาการบวมที่ ตา ปาก ลิ้น หรือหน้า ได้

 

อาการข้างเคียงหลังจากฉีด rilpivirine (มักจะเกิดหลังฉีดทันที) เช่น มีปัญหาการหายใจ ปวดท้องรุนแรง เหงื่อออก ปากชา กระสับกระส่าย ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง คล้ายจะเป็นลม หมดสติ เป็นต้น

 

ผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นไวรัสตับอักเสบ B หรือ C หรือผู้ที่เป็นโรคตับ อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอาการข้างเคียงมากขึ้น อาการข้างเคียงเช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะที่สีเข้มเหมือนชา อุจจาระสีขาว (light-colored stools) ความอยากอาหารลดลง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดตึงทางซีกขวาของท้อง คัน เป็นต้น

 

ควรระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านอารมณ์ หรือมีภาวะซึมเศร้า เนื่องจาก อาจทำให้เกิดภาวะเศร้า สิ้นหวัง วิตกกังวล ทำร้ายตัวเอง ได้ หากเกิดอาการดังกล่าว ต้องรีบแจ้งหรือไปพบแพทย์

 

ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดในผู้ป่วยตั้งครรภ์หรือหญิงให้นมบุตร อย่างไรก็ตามยานี้อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ เนื่องจากยานี้สามารถอยู่ในร่างกายได้นานถึง 12 เดือนหรือนานกว่านั้นหลังฉีดครั้งสุดท้าย และมีคำแนะนำว่าไม่ควรให้ในหญิงให้นมบุตร เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะส่งผ่าน HIV-1 ให้กับทารก และตัวยาอาจสามารถอยู่ในน้ำนมได้

 

หากเกิดอาการข้างเคียงให้ผู้ป่วยหยุดยาทันที แล้วไปพบหรือปรึกษาแพทย์ทันที

 

เอกสารอ้างอิง https://www.rxlist.com/cabenuva-drug.htm#medguide


คำสำคัญ :
ผู้ตอบ :
ผศ.ดร.อรนุช ธนเขตไพศาล (คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี)
เวลาตอบ : 27-12-2021 12:53:23
ระยะเวลาที่ใช้สืบค้นข้อมูล
11 ชั่วโมง 57 นาที 57 วินาที

อ้างอิง

ผลการประเมินโดยสมาชิก (เฉลี่ย)

ความครบถ้วนของเนื้อหา
5

คำตอบที่ได้รับสามารถนำไปใช้ได้จริง
5

ความพึงพอใจโดยรวม
5

Print Version